Page 19 - คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ประจำปีการศึกษา 2560
P. 19
ซึ่งเป็นการบันทึกผลการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาผ่านทางระบบออนไลน์ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลพื้นฐาน
เอกสารอ้างอิง การประเมินตนเอง การประเมินของคณะกรรมการประเมินคุณภาพเพื่อน าเสนอสภาสถาบัน
หน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงระหว่าง
การประกันคุณภาพภายในของสถาบัน การติดตามตรวจสอบของต้นสังกัด ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจ าเป็นต้อง
จัดท ารายงานการประเมินตนเองที่มีความลุ่มลึกสะท้อนภาพที่แท้จริงของสถาบันในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับ
หลักสูตรการด าเนินการของคณะและสถาบันเพื่อการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกไปรับใช้สังคม
6. พัฒนาการของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
เป็นที่ทราบกันดีว่าระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจ าเป็นต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตามระดับ
การพัฒนาของสถาบันการศึกษา ตามความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สภาพสังคม เศรษฐกิจ ความรู้และทักษะ
ในอนาคตที่ตลาดงานต้องการ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
ภายใน และระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกจึงมีการปรับปรุงมาโดยตลอด ปัจจุบันระบบการประกัน
คุณภาพภายในเข้าสู่รอบที่สาม (2557 – 2561) และระบบการประเมินคุณภาพภายนอกเข้าสู่รอบที่สี่ (2558 -
2562)
ระบบการประกันคุณภาพภายในที่พัฒนาโดยส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี
การศึกษา 2550 เป็นระบบแรกที่ให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งได้น าไปใช้ในการประเมินผลการด าเนินงานในทุกปี
การศึกษา และให้สถาบันอุดมศึกษาเพิ่มเติมประเด็นการประเมินที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละสถาบันในรอบแรกนี้
ตัวบ่งชี้ประเมินผลการด าเนินงานมีทั้งตัวบ่งชี้ที่เป็นปัจจัยน าเข้า กระบวนการและผลผลิตหรือผลลัพธ์โดยครอบคลุม
องค์ประกอบคุณภาพตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน
สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2546 ตอบสนองเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา และมาตรฐานต่างๆ ที่
เกี่ยวข้อง รวมทั้งสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตัวบ่งชี้การประเมินคุณภาพภายนอก ของส านักงานรับรอง
มาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ภายใต้หลักการส าคัญคือไม่เป็นภาระ
ซ้ าซ้อนในการปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษา ตัวบ่งชี้ที่พัฒนาขึ้นสามารถประเมินได้ครบทุกมิติของระบบการ
ประกันคุณภาพ คือ ปัจจัยน าเข้า กระบวนการ และผลผลิตหรือผลลัพธ์อีกทั้งยังมีความสมดุลระหว่างมุมมองการ
บริหารจัดการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านนักศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการภายใน ด้านการเงิน และด้าน
บุคลากรการเรียนรู้ และนวัตกรรม ในส่วนของเกณฑ์การประเมิน มีทั้งเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้กับทุกสถาบัน และที่แยกใช้
เฉพาะกับสถาบันที่มีจุดเน้นต่างกัน ได้แก่ สถานที่เน้นการผลิตบัณฑิตและการวิจัย สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิต
และพัฒนาสังคม สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิต และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม และสถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตเพียง
อย่างเดียว เนื่องจากในระยะแรกนี้สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งยังไม่มีกระบวนการท างานที่เน้นวงจรคุณภาพอย่าง
ชัดเจนตัวบ่งชี้ส่วนใหญ่จึงเป็นตัวบ่งชี้ที่เน้นกระบวนการ
การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในรอบที่สอง พ.ศ. 2553 ยังคงยึดหลักการเดียวกับรอบแรก
โดยน าแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์
และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา มาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก
ของ สมศ. กรอบการปฏิบัติราชการตามมิติด้านต่างๆ ของส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
ในกรณีมหาวิทยาลัยของรัฐมาเป็นกรอบในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน อย่างไรก็ตามการพัฒนาตัว
บ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในรอบที่สอง จะมุ่งเน้นการประเมินเฉพาะปัจจัยน าเข้าและกระบวนการ
ส าหรับการวัดผลผลิตหรือผลลัพธ์นั้น ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้น าตัวบ่งชี้ที่ใช้ในการประเมิน
คุณภาพภายนอกรอบสามของ สมศ. มาใช้ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพภายใน
คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน | IQA Manual 2018 : Suan Sunandha Rajabhat University
10

